แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธศาสนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธศาสนา แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม๔

ปัญญาเดิมทางธรรมของตนยังบังความจริงได้
     ในทางธรรม  หรือทางจิตใจก็อย่างเดียวกัน  ถ้าความรู้หรือปัญญาเดิม ๆ มีอยู่อย่างไร  นั่นก็คือแสงสว่างของคน ๆ นั้น  ที่จะใช้ส่องลงไปยังโลกหรือชีวิตหรือความเกิด แก่ เจ็บ ตาย แล้วเขาก็ยึดหลักความจริงของเขาไว้อย่างใดอย่างหนึ่ง

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม๓

เมื่อได้ ปฏิเสธพระพุทธเจ้าโดยพระพุทธรูป. โดยวัตถุหรือร่างกายของพระองค์เองเสียแล้ว  ก็ยังเหลืออยู่แต่ทางจิตใจ  หรือทางนามธรรมโดยวงกว้าง  ซึ่งเป็นการควานหาได้โดยยากยิ่งขึ้นไปอีก  เพราะฉะนั้นความผิดพลาดก็มีช่องทางมากขึ้นตามส่วน  และยิ่งเป็นช่องโหว่ที่จะทำให้เกิดมีการคว้าองค์พระพุทธเจ้าเอามาในลักษณะที่แตกต่างกันอย่างวิตถารพิสดาร

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม ๒

คนบัญญัติความจริงตามระดับความสูงของจิต
     มนุษย์กำลังมีความจริงเป็นของตัวเองอยู่ทุกคน?  เพราะเหตุที่ความจริงหรือความสุขเพียงอย่างหนึ่ง ๆ  หรือขนาดหนึ่ง ๆ  ย่อมปรากฏแก่บุคคลคนหนึ่ง ๆ อยู่เสมอ  ซึ่งเขาก็รู้จักความจริงหรือความสุขของเขา  ในลักษณะหนึ่ง ๆ  ตามที่ปรากฏแก่ใจของบุคคลนั้น ๆ  ซึ่งเราควรจะกล่าวได้ว่า เขายังไม่รู้จักความจริงพอที่จะบัญญัติว่าความสุขที่แท้หรือถึงที่สุดนั้นเป็นอย่างไร  แต่เขาก็ยังบัญญัติกันอยู่เสมอ.ศาสดาก็บัญญัติ.สาวกก็บัญญัติ. ในเมื่อตนเกิดมีความจริงของตน  และไม่พอใจในคำสอนของศาสดา  เพราะเหตุนี้เองจึงได้เกิดมีมติหรือลัทธิต่าง ๆว่า  อะไรเป็นความจริง  อะไรเป็นความสุข ซึ่ง เป็นปัญหาเดียวกันกับปัญหาว่าอะไรเป็นนิพพาน.

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม ๑

การแสดงธรรมกถาในวันนี้  จะต้องทำความเข้าใจกันเสียก่อน ในข้อที่ว่า ธรรมกถา นี้ เป็นข้อความที่ติดต่อกันมาเรื่อย ๆ  กับธรรมกถา ๔-๕ ครั้ง  ที่ข้าพเจ้าแสดงมาแล้ว  ในสถานที่นี้  นับตั้งแต่เรื่อง "วิถีแห่งการเข้าถึงพุทธธรรม" เป็นต้นมา  เพราะฉะนั้นข้อความบางอย่างที่เคยได้กล่าวไปแล้ว ในการแสดงครั้งก่อน ๆ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องนำมากล่าวอีก  และไม่เป็นวิสัยที่จะนำมากล่าว  เพราะเป็นเรื่องหนึ่ง ๆ โดยเฉพาะ  แต่ถึงกระนั้นก็ต้องเข้าใจว่า  ข้อความบางอย่างที่กล่าวในวันนี้  เนื่องอยู่กับข้อความบางตอนในครั้งกระโน้น  ซึ่งท่านผู้ฟังจะต้องนึกทบทวนไปถึง  เป็นธรรมดา

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

พาหิยะ ผู้ละจากความลวง



บุรุษผู้มีนามว่า "พาหิยะ" กำลังอยู่ในวัยหนุ่มเต็มไปด้วยพละกำลังที่จะทำสิ่งต่างๆมากมาย เขาเลือกอาชีพค้าขายเพราะคิดว่ามันคงทำเงินให้เป็นกอบเป็นกำ ในท่ามกลางคนรุ่นเดียวกัน พาหิยะแลดูฉลาดและโดดเด่นกวาเพื่อน มีความกล้าหาญ ชอบผจญภัย

วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เคล็ดลับแห่งการรู้ทันตัวเอง

ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ล้วนเป็นทวารที่เป็นต้นกำเหนิดของเวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ การหลงใหลในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส นอกจะทำให้ผิดศิลแล้ว ยังทำให้ขาดสมาธิ ไม่เกิดปัญญา แต่กลับกลายเป็นอวิชา ซึ่งจะมาขับดันให้เกิดวงจรแห่งปฎิจจสมุปบาทต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ยกเว้นได้ไหม

ชาวนา คนหนึ่งนิมนต์พระไปสวดมนต์ทำบุญอุทิศให้ภรรยาผู้ตายจาก พอสวดเสร็จ ชาวนาก็เรียนถามว่า
"ท่านคิดว่าเมียผมจะได้รับส่วนบุญ จากการสวดมนต์ครั้งนี้ไหมขอรับ"
"ไม่เฉพาะเมียโยมเท่านั้นนะ สัตว์โลกทั้งหมดก็จะได้รับส่วนบุญจากการสวดครั้งนี้ด้วย" พระตอบ
"ถ้าท่านว่า สัตว์โลกทั้งหมดก็ได้รับ เมียผมก็แย่น่ะซี่ คนอื่นจะแย่งบุญที่เธอควรจะได้ไปหมด ขอพระคุณเจ้าสวดให้เมียผมคนเดียวเถอะขอรับ"
พระได้อธิบายให้เขาเข้าใจว่า เวลาทำบุญทำทาน ต้องตั้งใจอุทิศผลบุญแก่สัตว์โลกโดยถ้วนหน้าไม่มีข้อยกเว้น
"สอนเช่นนั้นก็ดีอยู่" เขาสรุป "แต่โปรดยกเว้นบ้างเถอะขอรับ ผมมีเพื่อนบ้านอยู่คนหนึ่งมันเลวระยำมาก โปรดอย่ารวมมันกับสัตว์โลกทั้งหมดเลยขอรับ"




วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ความสุขไม่ได้อยู่ไกล

ทุกวันนี้แทบทุกคนบนโลกต้องเผชิญกับความเครียดจากการทำมาหากิน ต้องแข่งขันกันแทบทุกอย่างตั้งแต่หางานหาเงินหาโอกาสหาทุกอย่างเพื่ออะไร ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข ความเท่าเทียมความทัดเทียมเพื่อนบ้าน แต่ทุกคนก็คิดผิด เพราะอะไรก็เพราะความสุขมันไม่ได้อยู่ที่การมีเงิน มีความทัดเทียม ความมีหน้ามีตาในสังคม