ลงชื่อเข้าใช้

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ชาติหน้า มีจริงหรือ : หลวงพ่อปราโมทย์

ชาติหน้า มีจริงหรือ : หลวงพ่อปราโมทย์

เรื่องชาติหน้า หรือเรื่องตายแล้วเกิดบ้าง ผู้เขียนเคยเห็นการตายและเกิดมาหลายคราวแล้ว ในที่นี้จะเล่าถึงการตายแล้วเกิดสัก 4 ราย

การตายแล้วเกิดนั้น ไม่ใช่ว่าพอร่างกายนี้แตกดับลง จิตดวงเดิมก็ออกจากร่างไปเกิดใหม่ เพราะจิตเองก็ตายและเกิดอยู่แล้วตลอดเวลา

เรื่องนี้ผู้เขียนเคยนั่งดูพ่อแท้ๆ ถึงแก่กรรม ตอนนั้นพ่อป่วยหนักอยู่ที่ศิริราช ในขณะที่จะตายนั้น ต้องนอนหายใจด้วยการขยับไหล่ขึ้นลง เพราะกระบังลมไม่มีกำลังจะหายใจแล้ว ขณะนั้นมีเวทนาทางกายอย่างรุนแรง สลับกับการตกภวังค์เป็นระยะๆ

ชาติก่อน มีจริงหรือ : หลวงพ่อปราโมทย์

ชาติก่อน มีจริงหรือ : หลวงพ่อปราโมทย์

ในช่วงที่ผู้เขียนเรียนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น เป็นช่วงที่แนวความคิดของท่านอาจารย์พุทธทาส อินทปัญโญ มีอิทธิพลต่อนักศึกษาอย่างสูง หลักการสำคัญของแนวทางนี้ก็คือ ท่านเน้นที่การดับทุกข์ในปัจจุบัน ทำให้ลูกศิษย์ซึ่งฟังคำสอนอย่างไม่รอบคอบเข้าใจว่า ท่านอาจารย์ปฏิเสธเรื่องชาติก่อนและชาติหน้า คิดว่าท่านอาจารย์เชื่อว่าตายแล้วสูญ คิดว่าท่านอาจารย์เห็นว่า โอปปาติกสัตว์ เช่นเทวดาและพรหม ไม่มีจริง และทุกอย่างที่แปลกๆ จะถูกอธิบายด้วยเรื่องภาษาคน ภาษาธรรม เช่นอธิบายว่าสวรรค์คือจิตที่เป็นสุข นรกคือจิตที่เป็นทุกข์ อธิบายว่า

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

“หลวงพ่อจรัญ” พระดีในใจคน

การละสังขารของ “พระธรรมสิงหบุราจารย์(จรัญ ฐิตธมฺโม)” หรือที่พุทธศาสนิกชนและลูกศิษย์ลูกหาเรียกกันสั้นว่า “หลวงพ่อจรัญ” เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2559 สิริรวมอายุ 87 ปี นั้น ถือเป็นการสูญเสีย “พระดีที่น่ากราบ” ในยุคนี้สมัยนี้ไปอีกรูปหนึ่ง
       
       หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโมเป็นพระที่มีชื่อเสียง มีลูกศิษย์ลูกหาที่ศรัทธาในแนวทางการสอนอยู่ทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาจิตใจคนด้วยการทำวิปัสสนากรรมฐานด้วยหลักสติปัฏฐาน 4 แบบพองหนอ-ยุบหนอ ตลอดรวมไปถึงการสั่งสอนเรื่องกฎแห่งกรรม โดยยกเหตุการณ์ที่ประสบขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์อยู่เสมอ

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

แจ้งจิต


เสียงผู้คนโห่ร้องดังสนั่นหวั่นไหว ขนาด “ภัททา” อยู่บนชั้นเจ็ดของปราสาท ยังได้ยินชัดเจน เกิดอะไรขึ้น สาวน้อยวิ่งถลาไปที่หน้าต่างซะโงกหน้ามองลงไป
ฝูงชนยังจับกลุ่มกันอยู่เนืองแน่น ที่กลางถนนนั่น ราชบุรุษกำลังโบยตีชายคนหนึ่งด้วยแส้ ชายนั่นถูกจับมัดมือไพล่หลัง มีโซ่ตรวนคล้องอยู่ที่เท้านั่งสองข้าง เขาสะดุดล้มลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นและต้องสะดุ้งจนหน้าหงายเมื่อถูกกระหน่ำซ้ำด้วยแส้ เข้าที่กลางหลังอีก
ช่วงเวลาที่ใบหน้าของเขาหงายขึ้นมานั่นแหละ ภัททาจึงได้มองเห็นหน้านั่น อย่างเต็มตา
คุณพระช่วย...

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559

บำรุงใจให้งอกงาม

       บำรุงใจให้งอกงาม
ทันทีที่สงครามในกัมพูชายุติเมื่อสิบกว่าปีก่อน การฟื้นฟูบูรณะประเทศก็เริ่มขึ้น มีอาสาสมัครและหน่วยงานจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้าไปช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก พระญี่ปุ่นท่านหนึ่งได้รับเงินบริจาคจากผู้มีนํ้าใจจำนวนหลายล้านบาท และได้เดินทางไปยังประเทศกัมพูชาด้วยตนเอง เพื่อดูว่าจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
ท่านเล่าว่าได้ไปเยี่ยมโรงเรียนแห่งหนึ่งในชนบท ภาพที่เห็นมีแต่ศาลาโทรม ๆ หลังหนึ่ง นักเรียนทุกชั้นต้องเรียนอยู่ใต้ชายคาเดียวกันโดยไม่มีฝากั้นห้อง อุปกรณ์การเรียนการสอนก็ขาดแคลน เมื่อท่านพบครูใหญ่ก็ได้เล่าความประสงค์ และถามว่า โรงเรียนอยากได้รับความช่วยเหลืออะไรบ้าง ในใจนั้นท่านคิดว่าสิ่งที่โรงเรียนนี้ต้องการ มากที่สุดก็คือ สมุด ดินสอ โต๊ะ เก้าอี้ และอาคารเรียนที่ดีกว่าเดิม
แต่คำตอบที่ได้จากครูใหญ่ก็คือ โรงเรียนอยากได้พันธุ์ไม้ดอก !

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2558

“โจรศีล ๕” ช่วยหลวงพ่ออุตตมะพ้นหลักประหาร

“หลวงพ่ออุตตมะ” คือพระมอญผู้มีฉายาว่า “อุตตมรมฺโพ” แปลว่า “ผู้มีความภาคเพียรอันสูงสุด” สอบได้เปรียญธรรม ๗ ประโยคที่สำนักวัดสุการี เมืองสะเทิม ประเทศพม่า เมื่อปี ๒๔๘๒ จากนั้นก็ธุดงค์ไปทั่วภาคตะวันออกเฉียงใต้ของพม่าและภาคเหนือของไทย
       
       ในระหว่างที่ธุดงค์ไปทั่วนั้น หลวงพ่ออุตตมะ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์และภัยอันตรายมากมาย ทั้งโจรป่า สัตว์ดุร้าย และภัยธรรมชาติ แต่หลวงพ่อก็รอดพ้นมาได้ด้วยจิตใจอันแน่วแน่ต่อการปฏิบัติธรรม
       
       ครั้งหนึ่งหลวงพ่อไปปักกลดอยู่ในที่ห่างไกลจากผู้คนไม่ปลอดภัย มีชาวบ้านที่หากินทางล่าสัตว์และหาปลามานิมนต์ให้ไปพักกับเขาในหมู่บ้าน แต่หลวงพ่อตอบปฏิเสธไปว่า

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

นั่งกัมมัฏฐานหาความโง่

เคยได้ยินบางคนพูดเป็นเชิงเหยียดหยามดูถูกกัมมัฏฐานว่า “นั่งหลับตาภาวนาโง่อย่างกัมมัฏฐาน” พวกเราจงพากันทำกัมมัฏฐานให้โง่อย่างเขาว่าดูซิมันจะโง่จริงหรือเปล่า