ลงชื่อเข้าใช้

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

“หลวงพ่อจรัญ” พระดีในใจคน

การละสังขารของ “พระธรรมสิงหบุราจารย์(จรัญ ฐิตธมฺโม)” หรือที่พุทธศาสนิกชนและลูกศิษย์ลูกหาเรียกกันสั้นว่า “หลวงพ่อจรัญ” เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2559 สิริรวมอายุ 87 ปี นั้น ถือเป็นการสูญเสีย “พระดีที่น่ากราบ” ในยุคนี้สมัยนี้ไปอีกรูปหนึ่ง
       
       หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโมเป็นพระที่มีชื่อเสียง มีลูกศิษย์ลูกหาที่ศรัทธาในแนวทางการสอนอยู่ทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาจิตใจคนด้วยการทำวิปัสสนากรรมฐานด้วยหลักสติปัฏฐาน 4 แบบพองหนอ-ยุบหนอ ตลอดรวมไปถึงการสั่งสอนเรื่องกฎแห่งกรรม โดยยกเหตุการณ์ที่ประสบขึ้นมาเป็นอุทาหรณ์อยู่เสมอ

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

แจ้งจิต


เสียงผู้คนโห่ร้องดังสนั่นหวั่นไหว ขนาด “ภัททา” อยู่บนชั้นเจ็ดของปราสาท ยังได้ยินชัดเจน เกิดอะไรขึ้น สาวน้อยวิ่งถลาไปที่หน้าต่างซะโงกหน้ามองลงไป
ฝูงชนยังจับกลุ่มกันอยู่เนืองแน่น ที่กลางถนนนั่น ราชบุรุษกำลังโบยตีชายคนหนึ่งด้วยแส้ ชายนั่นถูกจับมัดมือไพล่หลัง มีโซ่ตรวนคล้องอยู่ที่เท้านั่งสองข้าง เขาสะดุดล้มลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นและต้องสะดุ้งจนหน้าหงายเมื่อถูกกระหน่ำซ้ำด้วยแส้ เข้าที่กลางหลังอีก
ช่วงเวลาที่ใบหน้าของเขาหงายขึ้นมานั่นแหละ ภัททาจึงได้มองเห็นหน้านั่น อย่างเต็มตา
คุณพระช่วย...

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2559

บำรุงใจให้งอกงาม

    
บำรุงใจให้งอกงาม
ทันทีที่สงครามในกัมพูชายุติเมื่อสิบกว่าปีก่อน การฟื้นฟูบูรณะประเทศก็เริ่มขึ้น มีอาสาสมัครและหน่วยงานจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้าไปช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก พระญี่ปุ่นท่านหนึ่งได้รับเงินบริจาคจากผู้มีนํ้าใจจำนวนหลายล้านบาท และได้เดินทางไปยังประเทศกัมพูชาด้วยตนเอง เพื่อดูว่าจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
ท่านเล่าว่าได้ไปเยี่ยมโรงเรียนแห่งหนึ่งในชนบท ภาพที่เห็นมีแต่ศาลาโทรม ๆ หลังหนึ่ง นักเรียนทุกชั้นต้องเรียนอยู่ใต้ชายคาเดียวกันโดยไม่มีฝากั้นห้อง อุปกรณ์การเรียนการสอนก็ขาดแคลน เมื่อท่านพบครูใหญ่ก็ได้เล่าความประสงค์ และถามว่า โรงเรียนอยากได้รับความช่วยเหลืออะไรบ้าง ในใจนั้นท่านคิดว่าสิ่งที่โรงเรียนนี้ต้องการ มากที่สุดก็คือ สมุด ดินสอ โต๊ะ เก้าอี้ และอาคารเรียนที่ดีกว่าเดิม
แต่คำตอบที่ได้จากครูใหญ่ก็คือ โรงเรียนอยากได้พันธุ์ไม้ดอก !

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2558

“โจรศีล ๕” ช่วยหลวงพ่ออุตตมะพ้นหลักประหาร

“หลวงพ่ออุตตมะ” คือพระมอญผู้มีฉายาว่า “อุตตมรมฺโพ” แปลว่า “ผู้มีความภาคเพียรอันสูงสุด” สอบได้เปรียญธรรม ๗ ประโยคที่สำนักวัดสุการี เมืองสะเทิม ประเทศพม่า เมื่อปี ๒๔๘๒ จากนั้นก็ธุดงค์ไปทั่วภาคตะวันออกเฉียงใต้ของพม่าและภาคเหนือของไทย
       
       ในระหว่างที่ธุดงค์ไปทั่วนั้น หลวงพ่ออุตตมะ ต้องเผชิญกับเหตุการณ์และภัยอันตรายมากมาย ทั้งโจรป่า สัตว์ดุร้าย และภัยธรรมชาติ แต่หลวงพ่อก็รอดพ้นมาได้ด้วยจิตใจอันแน่วแน่ต่อการปฏิบัติธรรม
       
       ครั้งหนึ่งหลวงพ่อไปปักกลดอยู่ในที่ห่างไกลจากผู้คนไม่ปลอดภัย มีชาวบ้านที่หากินทางล่าสัตว์และหาปลามานิมนต์ให้ไปพักกับเขาในหมู่บ้าน แต่หลวงพ่อตอบปฏิเสธไปว่า

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

นั่งกัมมัฏฐานหาความโง่

เคยได้ยินบางคนพูดเป็นเชิงเหยียดหยามดูถูกกัมมัฏฐานว่า “นั่งหลับตาภาวนาโง่อย่างกัมมัฏฐาน” พวกเราจงพากันทำกัมมัฏฐานให้โง่อย่างเขาว่าดูซิมันจะโง่จริงหรือเปล่า

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม๕

เพราะไม่รู้จักตัวเอง จึงสร้างเครื่องบังตัวเองขึ้น
     ในกรณีที่กล่าวว่า "พระพุทธเจ้า (ตามทัศนะของผู้นั้น) เป็นเครื่องบังนิพพานเสียเอง" นั้น ถ้าเรามานึกกันดูให้ดีว่าได้บังไว้อย่างไรแล้ว  เราจะเห็นว่าเพราะไม่มีการรู้จักตัวเองอย่างถูกต้อง  จึงเกิดความต้องการพระพุทธเจ้าและสร้างพระพุทธเจ้าขึ้นด้วยตัณหาของตัวเอง

วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

ภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรม๔

ปัญญาเดิมทางธรรมของตนยังบังความจริงได้
     ในทางธรรม  หรือทางจิตใจก็อย่างเดียวกัน  ถ้าความรู้หรือปัญญาเดิม ๆ มีอยู่อย่างไร  นั่นก็คือแสงสว่างของคน ๆ นั้น  ที่จะใช้ส่องลงไปยังโลกหรือชีวิตหรือความเกิด แก่ เจ็บ ตาย แล้วเขาก็ยึดหลักความจริงของเขาไว้อย่างใดอย่างหนึ่ง